ชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจที่มีหมอใจบุญมาช่วยไล่หนูในชุมชน

ของ “แผ่นผสมพันธุ” ในคางคกหมอตำแยของ “แคมเมอเรอ” นั้น... เป็นการ “ปลอมแปลง” ขึ้นมาโดยการฉีดหมึกเข้าไปใต้ผิวหนังของ คางคก...ฯลฯ จากการบดขยี้โจมตีตัวตนและผลงานของนักวิทยาศาสตร์ รายนี้อย่างไม่มีชิ้นดี ทำให้ประมาณ 6 สัปดาห์หลังจากที่ได้ตีพิมพ์ผลงาน ชิ้นนี้เผยแพร่ออกไปแล้ว “พอล แคมเมอเรอ” ก็ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ด้วยการ  ไล่หนู “ยิงตัวตาย” ในปีค.ศ.1926ในปีค.ศ.1920 จิตแพทย์ซื่อดังแห่งกรุงเวียนนาอีกรายหนึ่งชื่อว่า “วิลเฮล์ม ไร1ช์” ซึ่งเคยมีซื่อเสียงโดดเด่นในแวดวงนักจิตวิทยาและยังเป็น สมาชิกสำคัญของสมาคมจิตวิเคราะห์ของ “ซิกมันด์ ฟรอยด์” ได้พุ่ง ความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับ “จิต” ลงไปในระดับลึกกว่าการมองในฐานะ ถึงสิ่งที่เกี่ยวพันอยู่กับ “ร่างกาย” ของมนุษย์เท่านั้น เขา1ได้ก้าวลา'ไปถึง ขั้นที่มองสิ่งเหล่านี้ ในฐานะ “พลังงานชีวิต” ที่ไม,ได้มีอยู่ในเฉพาะตัวตน ของสิ่งมี1ชีวิตต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมีแผ่ซ่านอยู่ทั่วไปในบรรยากาศอีกด้วย และได้ตั้งชื่อพลังที่ว่านี้เอาไว้ “ออร์กอน” (Orgone)จากความเชื่อดังกล่าว...นอกจากเขาจะนำเอาแนวทางเหล่านี้ไป  ทำการรักษาคนไข้ของเขาแล้ว เขายังได้เขียนหนังสือเพื่อเผยแพร่แนว ความคิดดังกล่าวเอาไว้ต่อหลายเล่ม...แต่ในช่วงปีค.ศ.1930 หนังสือของ “ไรซ์” ได้ถูกพวก “นาชีเยอรมัน” สั่งให้เผาทำลาย และเมื่อเขา กำจัดหนู ได้หลบหนีภัยคุกคามจากนาชีมายัง สหรัฐอเมริกา เขาก็ได้นำเอาแนวคิดดังกล่าวมาเผยแพร่ในลังคมอเมริกันและยังทำการรักษาคนไข้ในรูปแบบเดียวกัน และเป็นสิงที่น่าแปลกใจไม่ น้อยที่แนวคิดของเขาและกรรมวิธีการรักษาคนไข้ของเขาได้ถูกปฏิเสธ และต่อต้านจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) ไม่ต่าง อะไรไปจากพวกนาซีแม้แต่น้อย โดยที่ในปีค.ศ.1956 “เอฟดีเอ” ได้ออก คำสั่งให้เผาอุปกรณ์การรักษาคนไข้ รวมทั่งหนังสือทุกเล่ม,สำเนา, ฉลากทีปิดอุปกรณ์การรักษาทุกชนิดของ “ไรซ์” และเมือนักจิตวิทยารายนี ปฏิเสธที่จะทำตามคำลังของ “เอฟดีเอ” เขาจึงถูกจับเข้าคุกและเสียชีวิต ในเรือนจำในเวลาต่อมา...ในปีค.ศ.1923 ที่กรุงมอสโกว์ ประเทศรัสเชีย นักชีววิทยาที่มืความ เชี่ยวชาญในเรอง “เนื้อเยื้อเซลล์” โดยเฉพาะ ชื่อว่า... “อเล็กซานเดอร์ กูร์วิทซ์” แห่งมหาวิทยาลัยเทิเร์สสเตท ได้สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนใน แวดวงชีววิทยา เมื่อเขาประกาศถึงการค้นพบพลังบางอย่างที่อาจจะเป็น “พลังงานพิเศษของชีวิต” อันเนื่องมาจากการค้นพบการแบ่งเซลล์ในราก ต้นหัวหอมในระหว่างการทดลองในห้องปฏิบัติการและเรียกพลังเหล่านี้ว่า “ไมโตจีนิค”...หลังจากข่าวคราวการค้นพบของ “กูร์วิทซ์” ถูกประกาศเผยแพร่ ออกไปแล้ว นักวิจัยด้านชีววิทยาจำนวนไม่น้อย เช่นนักวิจัยในกรุงปารีส 2 ราย นักวิจัยของบริษัท “ซีเมนล์” และ “  ฮัลล์เก อีเล็คทริค” ในเยอรมัน นักวิจัยในห้องทดลองอีก 6 แห่ง'ในมิวนิค เลบโตสไปโรซิสแฟรงค์เฟิร์ต,เลนินกราด ฯลฯ ต่างได้ยืนยันถึงการค้นพบพลังดังกล่าวโดยอาศัยการทดลองในแบบ เดียวกันนี้...แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก “สมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์” (American Association for Advancment of Science -AAAS) ได้ออกมาประกาศต่อต้านการค้นพบเหล่านี้ โดยให้ข้อสรุปว่าผลงานการ ทดลองดังกล่าวเป็นเพียงเรื่อง “เพ้อฝัน ไล่หนูไฟ้า ” และเป็นการเสนอแนวคิดใน ลักษณะเช่นนี้ถือเป็น “สิงต้องห้าม” สำหรับวงการวิทยาศาสตร์...แต่ในปีค.ศ.1939 “เซมยอน ถืร์เลียน” นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเชีย อีกรายหนึ่ง ที่ได้ค้นพบวิธีการในการถ่ายรูปด้วยเทคนิคแบบใหม่ และนำ เอาวิธีการถ่ายรูปชนิดนี้มาถ่ายรูปสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด    เขาได้อ้างว่าสามารถบันทึกรูปแบบพลังงานภายในสิ่งมืชีวิตในลักษณะไม่ต่างไปจากที่


เครื่องไล่หนู

Write a comment

Comments: 0