แรงโน้มถ่วงแต่ละอย่างถูกปรับเปลี่ยนไปตามกลไกของวิทยาศาสตร์

ทิศทางของวิทยาศาสตร์ก็ยังคงถูกผลักดันไปในทิศทางเดิมๆ นั่นก็ คือความพยายาม “แยกวิทยาศาสตร์ออกจากวิญญาณ” หรือแยกความ เป็นวิทยาศาสตร์ออกไปจากสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งปวง...ตามแบบฉบับ เดียวกันกับที่พวกกรีกเคยกระทำมาเมื่อ 3,000 กว่าปีที่แล้วนั่นเอง...ทั้งๆ แพยางเป่าลม  ที่ในอดีตก่อนหน้านั้น...สิ่งเหล่านี้ไม,ได้ถูกแยกออกจากกันเลย แม้แต่น้อย แต่กลับถูกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเติบโตมาด้วยกันโดยไม่ ได้เกิดข้อขัดแย้งใดๆ เลย โดยทางตรงกันข้าม...แต่ละสิ่งนั้นอาจนำมาให้ คำตอบคำอธิบายระหว่างกันและกันได้อย่างซัดเจนยิ่งขึ้นด้วย จนเรื่อง ราวของสิงเหนือธรรมชาติหลายอย่างถูกทำให้ขัดเจนขึ้นมาโดยวิทยาศาสตร์ “อเล็กซานเดอร์ กูร์วิทช์”เคยบรรยายเอาไว้ และมีหลักฐานพิสูจน์ที่ สามารถแสดงให้เห็นได้ชัดเจนจากรูปภาพที่ใช้เทคนิคในการถ่ายรูปแบบใหม่ นั่นก็คือการแสดงออกให้เห็นถึง “รังสี” ชนิดหนึ่งที่แผ่ออกมาจากผิวหนัง หรือรอบๆ ร่างกายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเขาได้เรียกรังสีเหล่านั้นว่า “พลังงาน ไบโอพลาสมิค” (Bioplasmic Energy)...พลังงานเหล่านี้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกันระหว่าง “ผู้ป่วย” กับ “ผู้ ที่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบุรณ์” พบว่ามีรัศมีที่แผ่ออกมาจากผู้ป่วย จะน้อยกว่าผู้ที่มีสภาพร่างกายปกติ...
ผลงานการค้นคว้าของ “กีร์เลียน” ได้ทำให้นักชีววิทยาหลายราย ทดลองน่าเอาวิธีการถ่ายรูปแบบใหม่ของเขา ไปถ่ายรูปใบไม้ที่เด็ดเอา มาสดๆ แล้วลองตัดใบไม้ออกไปครึ่งหนึ่ง และเมื่อถ่ายภาพออกมา ปรากฏ ว่าในส่วนของใบไม้ที่ถูกตัดออกไปนั้นก็ยังคงปรากฏรังสีที่แผ่อยู่ครบทุกล่วน จนมีการเรียกภาพถ่ายเหล่านั้นว่า... “ปรากฏการณใบไม้ผี” (Phantom leaf) และเรียกรัศมีที่ปรากฏอยู่รอบๆ สิ่งมีชีวิตในลักษณะที่ว่านี้ว่า... “มอร์ฟอ เจนเนตฟิลด์”(Morphogenetic field) หรือ ห่วงยางเด็ก “สนามพลังในการก่อรูปชีวิต”...แต่ท้ายที่สุดแล้ว...บรรดาความสนใจต่อความแปลกประหลาด เหล่านี้ก็ได้ถูกทำให้สะดุดหยุดชะงักลงไปด้วยเลียงวิจารณ์ตอบโต้จากผู้ที่ มีบทบาทอำนาจในวงการวิทยาศาสตร์จำนวนมากมาย ที่ออกมาคัดค้าน และปฏิเสธหลักฐานภาพถ่ายดังกล่าวอย่างเป็นระบบ อย่างมหาวิทยาลัย คิงลัคอลเลจที่ได้จัดทีมงานวิจัยขึ้นมาทำการพิสูจน์หลักฐานดังกล่าว และ พยายามสรุปให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติ หรือ เป็นการค้นพบปรากฏการณ์ของ “สิ่งที่เหนือธรรมชาติ”แต่อย่างใด โดย เสนอแนวคิดว่า ภาพรัศมีที่แผ่ออกมาเหนือผิวหนังมนุษย์นั้น สืบเนื่องมา จากปฏิกริยาความขึ้นภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ทีมงานวิจัยอีกทีมเช่น คณะนักวิจัยในโรมาเนืย ได้สรุปว่าจากผลการทดลองซํ้าๆ ต่อ
ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ใบไม้ผี”นั้น ลามารถจัดทำขึ้นได้ในลักษณะที่ไม่ ต่างไปจากการสร้างภาพมายากล...???
ในปีค.ศ.1981 “รูเพิร์ต เซลเดร็ค”ศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีแห่ง มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งได้ทำงานวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับการพัฒนาการ ของพืชมาเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน ก่อนที่จะเดินทางไปทำการวิจัยต่อ ในทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย โดยพำนักอยู่กับองค์กรซาวคริสต์ที่มีโคโลฟิล สำนักงานอยู่ในพื้นที่แถบนั้น...หลังจากได้ข้อสรุปจากการค้นคว้าวิจัยนับ หลายๆ ปี รวบรวมผลงานการค้นคว้าทั้งในภาคสนามและการทดลองใน ห้องปฏิบัติการ ตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “วิทยาศาสตร์ แผนใหม่แห่งชีวิต” (A New Science of Life) ในปีค.ศ.1983 ซึ่งในผลงาน การค้นคว้าดังกล่าวได้เอ่ยถึงการค้นพบแบบแผนบางอย่างที่เป็นตัวการ สำคัญในการสร้างลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าในแง่รูปแบบ, โครงสร้าง,หรืออุปนิลัยพฤติกรรมและเขาได้ใช้คำเรียกสิ่งที่เป็นตัวการในการ สร้างแบบแผนเหล่านี้ว่า “มอฟอร์เจนเนติค ฟิลด์” ขึ้นมาอีกครั้ง...ในทัศนะของ “เซลเด!ค” นั้น... “มอร์พํอเจนเนติค ฟิลด์” หรือ “สนาม พลังในการก่อรูปชีวิต”ที่ว่า เป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสนามแรง โน้มถ่วงของโลก,สนามแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ไม่มี รูป รส กสิ่น เสียง ห่วงยางคอ  แต่สามารถสืบค้นร่องรอยความมีอยู่ของสิ่งที่ว่านี้ได้จาก... “ผลที่มันมีต่อวัตถุสสาร”...???บทบาทของสิ่งลึกลับดังกล่าวยังมีความเชื่อมโยงกับพลังในจักรวาล เป็นพลังที่ “ไม่สิ้นสุด” และ “ไม่มีจุดจบ” หรือเป็นสิ่งที่อาจมีมาก่อน หน้าที่จะมีโลกเกิดขึ้น และยังเป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในสารเคมีทุกชนิด ในผลึกหิน และผลึกต่างๆที่ปรากฏอยู่ในพืช,สัตว์หรือทุกสรรพสิ่งที่อุบัติขึ้นมาในโลกนี้ รวมทั้งจะยังคงมีบทบาทหน้าที่ต่อไปในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จน ทำให้เรื่องราวของชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถใช้วิธีการศึกษาค้นคว้าใน


ห่วงยางเล่นน้ำ

Write a comment

Comments: 0