หลักการทำงานของเครื่องไล่หนูอัจฉริยะ

อมตะกวี ไม้ เมืองเดิม บรรยายภูมิทัศน์วัดพุทไธสวรรค์ไว้ตอนที่ หัวพันสมบุญนำ เรไรแม่ข้าหลวงไปแจ้งข่าวแก่เสมาถึงหน้าที่ราชการ สำคัญยิ่งที่จักต้องจุกซ่องล้อมวงสมเด็จพระราชโอรส เพราะพระเจ้าอยู่หัว ประชวรหนัก แต่เสมาไม่ทราบเนื่องจากถูกขับออกจากบ้านไปเป็น “แมวพึ่งพระ” อยู่ที่วัดว่าหัวพันที่เคยมาถึจำได้โดยการกำหนดประดู่อันเหลืองเรียงราย ตลอดฟากโบสถ์และวิหาร แล้วก็เลี้ยวตามถนนอิฐปูตะแคงเห็นปราสาท ราชวันเก่าตลอดเรือนลูกหลวงแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าอู่ทองอุทิศเป็นสำนัก เครื่องไล่หนูในบ้าน  พุทไธสวรรค์ อิกพักหนื่งก็บรรลุกุฏิสงฆ์รายเรียง และสันโดษอยู่ท้ายวัง แต่กุฏิหนื่งมืลานกว้างพื้นทราย ซี่งช่างเหล็กเคยลงแกมาแต่กาลโน้น...” กก่ม ๓ หน้า ๗๖)แต่เป็นอันแน่ว่าจะใซ่เฟหญิงเสียค่อนตัวไม่ผิด เป็นอิสตรีคนอื่นๆ ไม่ได้ที่งามเงื่อนเหมือนกันด้วยอิริยาเดิมเพลินเพลิดเผลอใจจนเจ้าขุนผล ท่านพระนายแห่งเอกาทศรถราชวังบวรลถานมงคลนั้นตื่นใจ.ขุนตัก เล่ม  หน้า สำนักพิมพ์บางหลวง)ต่อมาเมื่อพ่อผสุมทุม บุญเกื้อเขียน ขุนตัก ต่อจาก ลุงก้าน (ไม้ เมืองเดิม) ครั้งแรก โดยเริ่มเขียนต่อด้วยข้อความว่า...ก็หนมาอึกอักถามว่าประนีประนอมเอ็งจะคอยอยู่ที่นี่ก่อนคนเดียวได้ใหมเล่าออพ่อสินบ๊ะ...วันนี้พูดช่างเพราะนักหนา กลางดิกเหมือนเช่นกาเหว่ เสียงหวานอยู่แจ้วๆ มันซมเดือนหงาย กลายเมฆ อือ...แต่ก็ว่าพระคุณ จะไปไหนเล่า”ขุนตัก เล่ม ๗ หน้า ๔๙ สำนักพิมพ์บางหลวง)ในการเขียน “ขุนตัก” ต่อครั้งแรก โดยสุมทุม บุญเกื้อ สำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ ได้พิมพ์ลงในน.ส.พ. เพลินจิตต์ รายวัน โดยลงพิมพ์ตั้งแต่บท แรกที่เริ่มเรื่อง โดย ไม้ เมืองเดิม ซี่งกรณีนี้มืความจริงอยู่ข้อหนี่งที่ทำให้ คนในวงการหนังสือหลายคน เข้าใจผิดว่า สุมทุม บุญเกื้อ เขียน ขุนตักต่อจากไม้ เมืองเดิม ๓ ครั้ง (ความจริง ๒ ครั้ง) และเพลินจิตต์ลงพิมพ์ ในหนังสือพิมพ์ รายวันใน พ.ศ. ๒๔๙๒ แต่ลงพิมพ์ไม่ทันจบการพิมพ์ ไล่หนูบนเพดาน  เพลินจิตต์รายวัน ก็หยุดซง้กลง ด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ทว่า...สุมทุม บุญ- เกื้อ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเขียน “ขุนดิก” ต่อไปจนจบเรื่อง โดยที่หยุดการตี พิมพ์ชั่วคราว ประมาณไม่เกิน o ปี สำนักพิมพ์เพลินจิตต์จึงนำ “ขุนดิก” พิมพ์เป็นรูปเล่ม ๐๖ หน้ายกปกแข็ง ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๙๓ - ๒๔๙๔ โดย พิมพ์ตั้งแต่ต้น เรื่องจนจบเรื่องที่สุมทุม บุญเกื้อ เขียนต่อตอนจบของ “ขุนดิก” ที่สุมทุม บุญเกื้อ เขียนต่อครั้งแรกจบเรื่อง ลงด้วยข้อความว่า...อีกผู้หนึ่งที่ยืนแอบอยู่ข้างประตูท่านํ้า ก็พลอยนํ้าตาไหลไป กับสองบุรุษด้วย ผู้นั้นก็คือแม่นางอำพันที่ร้องไห้กระซิกเช็คนํ้าตาป้อย หากหัวใจสิเป็นสุขไปเหลือหลาย เออ.. ไล่หนูไฟฟ้า .ลูกแลหลานเอ๋ยเจ้าก็ญาติกันอาฆาตมาคืนดีกันได้ ทั้งเจตนาจักอุ้มชูอุปการะกันต่อไปเบื้องหน้า ศรีอยุธยามื้อนี้แฝนตินจักสูงขึ้นอีกโขที่สองหลานของชำนะพลแสนขุน พ่อยอดทหารมากอดคอร้องไห้รักกัน แล้วดิกไหนเล่าจักทานผีมือ


เครื่องไล่หนู

Write a comment

Comments: 0