อุปกรณ์ไล่หนูแบบสุญญากาศของอาจารย์โย

ครับ...นี่คือข้อมูลส่วนหนึ่งจากความเป็นมาของวรรณกรรมอมตะ เรื่อง “ขุนดัก” โดยไม้ เมืองเดิม และสุมทุม บุญเกื้อ ซึ่งยังมืข้อมูลอื่นๆ และเกร็ดสนุกน่าสนใจ ในงานเขียนของ “ลุงก้าน” กับ “พ่อกิ่ง” ของผม อีกมากมาย แต่ลัมปทานเนื้อที่โนหนังสือเล่มนี้มืจำกัด ดังนั้น...หากมี โอกาสต่อไป ผมคงจะได้เขียนเล่าเรื่องเบื้องหลังการเขียนนวนิยาย “ขุนดัก” ของไม้ เมืองเดิม ละสุมทุม บุญเกื้อ ให้ท่านผู้อ่านที่สนใจได้อ่าน อีกครั้งกวี พึ่งบุญ ณ อยุธยาไม้ เมืองเดิม (ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ลุงของผมเริ่มเขียนนวนิยาย “ขุนดิก” เมื่อประมาณปลายปี ๒๔๘๓ จนกระทั้งต้นปี ๒๔๘๕ “ลุงก้าน” ของผมก็ล้มป่วย และเสิยชีวิตเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. คลื่นไล่หนู  ๒๔๘๕ โดยที่ นวนิยาย “ขุนดิก” ซึ่งผู้อ่านกำลังติดกันงอมแงม ไม้ เมืองเดิม ยังเขียน ไม่จบ และเขียนค้างไว้ค่อนเรื่อง ทั้งๆในยามป่วยนั้น “ลุงก้าน” ยังพยายาม ทำหน้าที่นักประพันธ์ โดยปีนอาการเจ็บไข้  เครื่องไล่หนู3คลื่น แต่ง,นวนิยาย “ขุนดิก” ส่งให้ สำนักพิมพ์ “เพลินจิตต์” เรื่อยมา แม้ในยามป่วยมากและนั่งเขียน หนังสือเองไม่ได้ “ลุงก้าน” ก็ยังนอนบอกให้ “ป้าเดิม” ภรรยาของลุง เปีนรคนนั่งเขียนแบบเดียวกับนักเรียนทำแบบลกหัดวิชาเขียนไทย หรือเรียก อีกอย่างว่า เขียนตามคำบอกนั่นเองต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๒ สำนักพิมพ์ “น อะตอม เพลินจิตต์” โดย นายเวช กระตุฤกษ์ซึ่งเป็นผู้พิมพ์และซื้อลิขสิทธิ้บทประพันธ์ของไม้ เมือง- เดิม ไว้ทุกเรื่อง ได้ติดต่อให้สุมทุม บุญเกื้อ กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา พ่อ ของผม ผู้เป็นน้องชายของ “ลุงก้าน” และเป็นนักเขียนเซ่นกัน ให้เป็นผู้ เขียนนวนิยาย “ขุนสืก” ต่อจากที่ไม้ เมืองเดิมเขียนค้างไว้ จนกระทั่ง จบบริบูรณ์วรรณกรรมเรื่อง “ขุนคํก” ได้มืการจัดพิมพ์หลายครั้ง โดยสำนัก พิมพ์ “เพลินจิตต์” ซึ่งจัดพิมพ์หลายรูปแบบ ทั้งรูปเล่มขนาด ๘ หน้ายก พิมพ์เป็นฉบับใหญ่แบบหนังสือพิมพ์รายวัน แบบพิอกเก็ตบุ๊คและปกแข็ง ขนาด ๖ หน้ายก การพิมพ์โนบางครั้ง...หน้าปกใส่นามปากกาไม้ เมือง- เดิม นามเดียว และบางครั้งถึงตอนที่สุมทุม บุญเกื้อเขียนต่อ ก็ใส่นาม ปากกาสุมทุม บุญเกื้อ จนผู้อ่านจำนวนมากสับสนเหตุโตปีเป็น!น่นนั้น?ตอบไม่ยากหรอกครับ...นั่นก็เพราะเหตุผลทางการค้า ความเห็น แก่ตัว...ไร้จรรยาบรรณของสำนักพิมพ์ที่พยายามจะหลอกผู้อ่านว่า “ขุนคํก” ตอนท้ายๆ เรื่อง ที่พิมพ์ออกมาจำหน่าย เป็นป็มือเขียนโดนไม้ เมืองเดิมแไนรฃยชฺนฝ็ทซึ่งแน่นอนละ...นามปากกาไม้ เมืองเดิม ย่อมขายได้ดิกว่า สุมทุม บุญเกื้อ ซึ่งประเด็นนี้...พ่อผมเองก็ยอมรับ แม้นักอ่านทั่วไปจะซึ่นซนว่าลีลาและ สำนวนการเขียนของสุมทุม บุญเกื้อ ละม้ายคล้ายคลึงกับไม้ เมืองเดิม ผู้พี่ขายเป็นอันมากอย่างไรก็ตาม...ก็เพราะเหตุนี้แหละ ในช่วงหลังๆ จึงมืการละเมืค- ลีขลีทธิ้ “ขุนดิก” เกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบการจัดพิมพ์หนังสือ และการจัด ทำละคร เพราะความเข้าใจผิดว่า ไม้ เมืองเดิม (ก้าน พึ๋งบุญ ณ อยุธยา) เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๘๕ จนถึงบัดนี้ เกิน ๕๐ ปี แล้ว ซึ่งตาม พ.ร.บ.ลิฃสิทธิ้ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ระบุถึง “อายุแห่งการคุมครองลิข- ลิทธิ้”   มาตรา 0๔ ภายโต้บังคับมาตรา ๒0 และมาตรา ๒๒ ลิขสัทธิตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้มิ'ตลอดอายุของผู้'สร้างสรรค์ และมิอยู่ต่อไปอีก เป็นเวลาห้าอีบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย”นั่นหมายถึงว่า ปัจจุบันวรรณกรรมของไม้ เมืองเดิม ทุกเรื่องตกเปีน สมบัติของแผ่นดิน หรือสาธารณซนใครจะนำไปทำอะไรก็ได้...นั้นคือ ความจริง แต่ยกเว้นเฉพาะเรื่อง “ขุนดิก” ครับก็อย่างที่กล่าวแล้ว...วรรณกรรม “ขุนดิก” มืได้มืผู้เขียนคือไม้ เมือง-ไล่หนูในบ้าน เดิม คนเดียว แต่สุมทุม บุญเกื้อ ผู้น้องซายร่วมเขียนด้วย ซึ่งตามภาษา กฏหมาย ในพ.ร.บ.ลีขสีทธิ้เรียกว่า “ผู้สร้างสรรค์ร่วม” และ'พ.'ร.บ.ลิฃสืทธิ้ พ.ศ. ๒๔๓๗ ระบุในวรรคต่อมาว่า “โนกรณีที่มิผู้สร้างสรรค์ร่วมลิขอีทธิ้


เครื่องไล่หนู

Write a comment

Comments: 0