โรคติดต่อที่มากับหนูมีหลายโรคควรป้องกันให้ดี ตอนที่ 2

อ้าว! อ่านขุนคิกต้องติดตาม ท่านมีแง่ให้คนคิดเพื่อ กันไม่ให้โง่อยู่ทั้งนั้นแหละ แต่ข้าพเจ้ายังติดใจคำว่า อมตะ อยู่อีกน้อยหนึ่งก็คิอว่า สิงที่เป็นอมตะจริงๆ ก็ คือ ความยอมรับของท่านผู้อ่าน หรือของสํ'งคมนั่นเอง ขุนคืกได้รับการยอมรับตลอดมา ไล่หนูสามคลื่น  ทั้งที่เป็นหนังสือก็ พิมพ์ตั้งหลายครั้ง ยังทำเป็นละคร ทำภาพยนตร์ก็ นับครั้งไม่ถ้วนการยอมรับของประซาซนนั้นคงต้องมีอะไรๆ หลาย อย่าง เรามาช่วยกันพิเคราะห์กันให้ลุ่มลึกส์'กน้อย ดู เถิดว่า “ขุนคืก” ให้อะไรแก่ท่านผู้อ่านบ้างข้าพเจ้ามองอีกทางหนึ่งว่า “ขุนคืก” เป็นสารคดีด้วย เพราะมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์พระนคร-ศรีอยุธยา มีสะเก็ดส่วนของตำราคืกพระพิชัย สงคราม ตำราดุษฎีสิ'งเวยกล่อมช้าง ซึ่งเป็นตำรา สำคัญยิ่งนักสำหรับทหารระดับแม่ทัพขุนคืก ยังเป็น ตำราการใช้ภาษาไทยที่สมบูรณ์  มีทั้งภาษาพูดลูกทุ่ง ที่เป็นธรรมซาติไปจนถึงภาษาราซการที่มีคักตินาใน สมัยโบราณ เป็นภาษาคิลป๋ที่น่าพิง ทำให้มองเห็น วัฒนธรรมไทยแต่ตั้งเติมที่คมคายเป็นภาษาที่มี วิญญาณ ทั้งบรรยาย พรรณนา สาธก อุปมา แลเรื่องอย่างมีมาตรฐาน ความต่อเนื่อง มั่นคงอยู่ในแนว ของเรื่องทั้งฉาก ความคงเสมอต้นเสมอปลายด้วย ลักษณะอุปนิสัยของตัวละครและเมื่อจะชี้ให้ “ขุนตัก” เป็นหนังสือตัลธรรม ซึ๋ง โดยแกนหลักของเรื่องสรุปได้เลยว่า ท่านผู้รจนา ทั้ง สองท่านยึดมั่นที่จะแสดงเรื่อง ธรรมะ กับอธรรม (เทพ กับ มาร) ท่านไต้เอาแกนของพระพุทธศาสนา คือ “ทำดีไต้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” มาสร้างตัวแทนของความ กตัญฌู กับเนรคุณ ความสัตย์ซื่อ และทรยศ สร้าง ตัวละครให้เป็นตัวแทนของทาสแห่งกิเลสคือ โลภ โกรธ หลง พร้อมทั้งตัวอย่างผลของกฎแห่งกรรม ที่ สุดท่านจบลงอย่างสมบูรณ์ เมื่อทุกคนต่างก็ได้รับ วิบาก ตามกฎแห่งกรรมกันทั่วทุกตัวคน และการหลีก เสืยซื่งความรุ่นวายในโลกซะตากรรมของตัวละคร ทั้งหมดที่ท่าน “สุมทุม บุญเกื้อ” เขียนต่อจาก “ไม้ เมืองเดิม” ผู้พี่ของท่านว่า “ดูแต่หลวงวิสูทธ์โยธา มาตย์ กับหลวง ราชโยธาเทพเถิด เพราะไม่เซื่อคำ ทำนาย ยังถือดื้อ อยู่จึงประสบเคราะห้ไม่ผิดคำไป ได้เลย แต่ก็ยังนับว่า กำจัดหนูในบ้าน  เคราะห้ดีที่มีต้องพระราชอาญา ถึงประหาร เพราะรามพิชัย นายพุฒ ก็ถูกอาวุธถึงตาย ส่วนพิเดซสงครามนายขัน กับพันเดชสงครามนั้น


เครื่องไล่หนู

Write a comment

Comments: 0